หมู่บ้าน แหลมนก หมู่
9 ตำบล บานา อำเภอ เมือง จังหวัด
ปัตตานี
เสนอ
อาจารย์ อาหวัง ล่านุ้ย
จัดทำโดย
นางสาวกรรณิกา ชูสกุล 5520210006
นางสาวรัตติกาล ดำนวล
5520210203
นางสาวศิริภา แหละเหล็ม 5520210237
นางสาวนันฑณา หมาดอะดำ 5520210440
นางสาวรุสนี หมัดชะบูลย์ 5520210616
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 434-316 Thai Economy
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตปัตตานี
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
434-316 Thai Economy
ซึ่งเนื้อหารายงานฉบับนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับหมู่บ้านแหลมนก ตำบลบานา
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานีว่าคนในพื้นที่มีความเป็นอยู่อย่างไรไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของโครงสร้างเศรษฐกิจ
ภาคการผลิต ภาคการบริการ ภาคอุตสาหกรรม
โลจิสติกส์และด้านอื่นๆ
ในการจัดทำรายงานครั้งนี้ผู้จัดทำขอขอบคุณชาวบ้านหมู่บ้านแหลมนก ผู้ให้ความรู้
และแนวทางการศึกษาค้นคว้าข้อมูล
ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ
ท่านต่อไป
กรรณิกา ชูสกุล
และคณะ
ผู้จัดทำ
สารบัญ
เรื่อง หน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ 1
ลักษณะและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ 2-6
ปัจจัยการผลิต ที่ดิน 6
ปัจจัยการผลิต ทุน 7
ปัจจัยการผลิต แรงงาน 7
ปัจจัยการผลิตการประกอบการ 7
ด้านโลจิสติกส์ 7-8
เศรษฐกิจภาคการเกษตร 8
เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม 8
เศรษฐกิจภาคบริการ 8
การเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ 9
สรุป 10-11
ภาคผนวก 12-18
หมู่บ้าน แหลมนก หมู่ 9 ตำบล บานา อำเภอ เมือง จังหวัด ปัตตานี
1.
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
เมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๒๒
ประชากรจากหลายพื้นที่
จากท่าเทียบเรือน้ำลึกมาปักลักตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย บริเวณปลายแหลมติดทะเล
เป็นเขตพื้นที่ของตำบลบานา จนมาถึงเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๒๙ประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายพื้นที่ตั้งของหมู่บ้าน การตั้งชื่อของหมู่บ้านได้มาจากการฝูงนก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกหลากหลายชนิดโดยมีตั้งชื่อตามสภาพแวดล้อม
ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “บ้านแหลมนก” มาจนถึง ณ ปัจจุบัน บ้านแหลมนก
หมู่ที่ ๙ ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองประมาณ
๓.๕ กิโลเมตร
การตั้งถิ่นฐานของชุมชนประมงแหลมนกคือการอพยพของประชากรที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนแหล่งใหม่
ที่เลือกที่ตั้งในสภาวะที่เกี่ยวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ประชากรที่ย้ายถิ่นมาส่วนใหญ่เดิมมีอาชีพประมง แสวงหาแหล่งเหมาะสมในการประกอบอาชีพ
ในระยะเริ่มแรกจะมีผู้ย้ายถิ่นจากชุมชนริมทะเลที่มีความชำนาญทางด้านการประมง
เนื่องจากแหล่งเดิมความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำลดลงและผนวกกับแหล่งใหม่สามารถขยายฐานในการประกอบอาชีพได้หลากหลายมากขึ้น
ต่อมาก็มีการขยายตัวของชุมชน
มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กในชุมชนเกิดขึ้นเรื่อยๆไม่มีการวางระบบทางด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแยกที่อยู่อาศัยและโรงงานอุตสาหกรรม
และมีผู้ย้ายถิ่นเพิ่มขึ้นชุมชนกลายสภาพเป็นชุมชนแออัดชานเมืองไปในที่สุด
ด้านเศรษฐกิจ ประชากรที่ย้ายถิ่นมาอยู่อาศัยส่วนใหญ่มีความชำนาญทางด้านการประมง
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนก็จะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงเช่น
การทำประมงพื้นบ้าน การประมงพาณิชย์ เพาะเลี้ยงหอยแครงบริเวณทะเลหน้าชุมชน
และกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งมีโรงงานประกอบกิจการลักษณะนี้ถึง 20 กว่าโรงงาน
มีการจ้างแรงงานจากประชากรที่อาศัยในชุมชนประมาณ 50 – 100 คน
ภายนอกชุมชนแบบเช้าไปเย็นกลับซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสตรีมุสลิมจากชุมชนชนบทรอบนอกของอำเภอเมืองปัตตานี
ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อวัน
สภาพเศรษฐกิจของชุมชนแหลมนกมีความสำคัญต่อมวลรวมสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานี
ด้านสังคมและวัฒนธรรม โครงสร้างทางสังคมของชุมชนประมงแหลมนกมีลักษณะร่วมและมีลักษณะแตกต่าง
จากประชากร 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มประชากรที่ย้ายถิ่นมาจากจังหวัดริมทะเลภาคกลาง
ดั้งเดิมเป็นลูกเรือประมงพาณิชย์ จะมีลักษณะการประกอบอาชีพ มีนิสัย ขยัน อดทน
มัธยัสถ์ อดออม และรักการศึกษาความรู้ โดยสามารถจัดการทรัพยากรของชุมชนและภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากชุมชนเดิม
มาพัฒนา รูปแบบและเครื่องมือประมงให้มีขีดความสามารถจับสัตว์น้ำได้มาก
และสามารถนำแปรรูปผลิตภัณฑ์ กลุ่มที่ 2 กลุ่มประชากรนับถือศาสนาอิสลามที่ย้ายถิ่นมาจากจังหวัดต่าง
ๆ ในภาคใต้ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน
ที่แสวงหาวิถีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
โดยใช้ภูมิปัญญาที่มีอยู่ดั้งเดิมสามารถจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู่และรู้จักการเรียนรู้ลอกเรียนแบบกลุ่มริมทะเลภาคกลาง
โดยใช้ทุนทางสังคมที่นับถือศาสนาเดียวกันกับชุมชนดั้งเดิมในปัตตานี กลุ่มที่ 3
กลุ่มประชากรชาวประมงพื้นบ้านที่นับถือศาสนาอิสลามที่ย้ายถิ่นมาจากแหล่งต่าง
ๆ อยู่ริมทะเลในจังหวัดปัตตานี ดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา คือ “ศาสนาคือวิถีชีวิต วิถีชีวิตคือศาสนา”
2.
ลักษณะและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
Ø ลักษณะภูมิประเทศ บ้านแหลมนก
เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ป่าชายเลน ติดทะเละ อ่าวไทย สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นเหมาะแก่การเลี้ยงหอย
ทำนาเกลือ แปรรูปอาหารทะเล
Ø อาณาเขตหมู่บ้าน
ทิศเหนือ จรดทะเลอ่าวปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ทิศใต้ จรดหมู่ที่ ๓
ตำบลบานา อำเภอเมือง
จังหวัดปัตตานี
ทิศตะวันออก จรดหมู่ที่ ๓ ตำบลบานา
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ทิศตะวันตก
จรดหมู่ที่ ๘ ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
Ø ลักษณะของประชาชน
-
จำนวนประชากร ๔๒๓
ครัวเรือน
-
ประชากร ๑,๓๓๘ คน เป็นชาย ๖๒๓ คน
เป็นหญิง ๗๑๕ คน
-
นับถือศาสนาพุทธ ๖๕๗คน
-
นับถือศาสนาอิสลาม ๖๘๐คน
Ø พื้นที่ทั้งหมด ๑๐๕ ไร่แบ่งการปกครองเป็น ๑ หมู่ ได้แก่
หมู่ที่ ๙ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี
Ø สถานที่สำคัญในพื้นที่
ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สำนักสงฆ์
กูโบร์ มัสยิด ตาดีกา
Ø ลักษณะการประกอบอาชีพของชุมชน ชาวบ้านประกอบอาชีพหลัก คือ
§ แปรรูปอาหารทะเล
จะแปรรูปพวกสัตว์น้ำ เช่น ปลามึก ปลากระตะ และเปลือกหอย
§ ค้าขายส่วนตัว
เช่น เลี้ยงหอยแครง เพาะเลี้ยงชายฝั่ง (เป็นทั้งกลุ่มและบุคคล)
§ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
เช่น เลี้ยงหอย ปลากะพง
§ การประมงพื้นบ้าน
เช่น ทำเรื่อหางยาว ทำอวน
§ อาชีพรอง
คือรับจ้างทั่วไป
Ø ผลิตภัณฑ์มวลชนรวมของหมู่บ้าน
§ รายได้เฉลี่ย
๓๐,๕๐๐ บาท/คน/ปี
§ ครัวเรือนมีการออมร้อยละ
๘๐.๘ % ของครัวเรือนทั้งหมด
§ ประชากรส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้
§ ผู้สูงอายุได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
Ø ผลิตภัณฑ์น่าสนใจของหมู่บ้าน
§ หมึกไชโย กะปิแกง,น้ำพริก
§ ปลาแห้งปลาหมึกแห้ง
§ หอยแครง
หอยแมลงภู่ หอยนางรม
Ø ลักษณะที่แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น คืนการนำวัสดุมาแปรรูป
เป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้รับประทานไว้ได้นาน
และสามารถนำเป็นของฝากให้กับ ญาติ พี่น้อง ผู้ที่เคารพนับถือ
Ø การคมนาคม
§ โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน ๑ แห่ง
§ เส้นทางคมนาคมจากอำเภอเมืองถึงหมู่บ้านระยะทางประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร
ถนนในหมู่บ้านและออกหมู่บ้านเป็นถนนคอนกรีตตลอดทั้งสาย
สะดวกสบายในการเดินทางเข้าแวะ เยี่ยมชม
Ø ประเพณี/เทศกาลประจำปี
-
กิจกรรมทางด้านศาสนาพุทธ ได้แก่
วันปีใหม่ วันสงกรานต์ งานชักเรือพระ
เข้าพรรษา ทำบุญเดือนสิบ ฯลฯ
-
กิจกรรมทางด้านศาสนาอิสลาม ได้แก่
งานเมาลิดสัมพันธ์ อาซูรอ วันฮารีรายอ
เข้าสุนัตฯลฯ
Ø สถานที่สำคัญที่อยู่ในพื้น
ดังนี้
§ สำนักสงฆ์
จำนวน ๑
แห่ง
§ กูโบร์ จำนวน
๑ แห่ง
§ ตาดีการ์ จำนวน ๑ แห่ง
§ มัสยิด
จำนวน
๑ แห่ง
§ จุดตรวจป้อม
ชรบ. จำนวน
๑
แห่ง
§ สำนักงานประจำหมู่บ้าน จำนวน
๑ แห่ง
Ø ศักยภาพของชุมชน / อัตลักษณ์ชุมชน
§ การแปรรูปอาหารทะเล
§ การเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่
§ การเลี้ยงปลาในกระชัง
Ø ตำแหน่งชุมชน เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรม และประมงพื้นบ้าน
Ø ตำแหน่งการพัฒนาอาชีพชุมชน
§ หัตถกรรมแปรรูปจากเปลือกหอย
§ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
§ ประมงพื้นบ้าน
Ø สภาพทางเศรษฐกิจข้อมูลด้านอาชีพและการมีงานทำ
- รับราชการ/พนักงานของรัฐ
- รับจ้าง
- อุตสาหกรรมในครัวเรือน
- ประกอบอาชีพส่วนตัว
Ø เศรษฐกิจของคนในชุมชน
§ การทำอาหารแปรรูป
การทำปลามึกแห้ง
เป็นการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้
รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารทะเลได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลนิยมแปรรูปอาหารทะเลเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากไห้สำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยว
หรือแม้แต่การแปรรูปเพื่อการขายปลีกไปยังร้านค้าในตลาดชุมชนต่างๆซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนนั้นๆ
วิธีการทำ
วิธีการทำหมึกแห้ง
ผ่าตัวและหัวหมึก เอาไส้และขี้ออก ล้างน้ำทะเลหรือน้ำเกลือ ห้ามใช้น้ำจืดเพราะมึงจะมีกลิ่นเหม็น
เสร็จแล้วตากแดดหนึ่งวัน
§ ค้าขายส่วนตัว
เป็นการขายของแบบทั่วไปเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวส่วนมากเป็นการขายของชำโดยจะขายในบ้านของตนเองเป็นหลักเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจส่วนตัว
§ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
การเลี้ยงหอยแครงการทำฟาร์มเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่
หอยแครงนิยมเลี้ยงทั่วไป เรียกว่า หอยแครงเทศ หอยแครงขุ่ย หอยแครงปากมุ้ม
หอยแครงมันหรือหอยแครงเบี้ยวเป็นหอยขนาดใหญ่ไม่มากนักเป็นหอยที่ชอบฝั่งตัวอยู่ตามชายหาดโคลนหรือเลนละเอียดในบริเวณชายฝั่งทะเลจนถึงแนวที่อยู่ห่างฝั่งออกไปประมาณ
2 กิโลเมตร หอยแครงจะมีนิสัยชอบฝั่งตัวอยู่ในโคลน ลึกประมาณ 1-2 นิ้ว
โดยเราจะสังเกตเห็นเป็นรูจำนวน 2 รู ที่ผิวดินซึ่งเป็นช่องทางน้ำเข้า-ออก
และสามารถเห็นรอยเคลื่อนที่ของหอยเป็นร่องๆโดยจะใช้เท้าในการเคลื่อนที่เพื่อหาอาหาร
และจะฝั่งตัวใต้ดินเมือน้ำลงเพื่อป้องกันน้ำออกภายนอกตัวหอย แต่จะเปิดฝาทั้งสองเล็กน้อย
โดยจะยังมีสภาวะการไหลเวียนของน้ำและการหายใจเกิดขึ้นตามปกติภายในเปลือก
การเลือกทำเลเลี้ยงหอยแครง
1.
ควรเลือกชายฝั่งทะเลที่มีหอยเกิดอยู่ตามธรรมชาติ
หรือสามารถหาพันธุ์หอยได้สะดวก
2.
การเลือกลักษณะพื้นที่ ต้องเป็นหาดโคลนเรียบ
มีความลาดเอียงเล็กน้อย
3.
ดินเป็นดินเลน ดินโคลนละเอียด
หรือดินเหนี่ยวปนทราย
4.
ความลึกของน้ำบริเวณแหล่งเลี้ยงประมาณ
0.5-1 เมตร
5.
ความเค็มของน้ำบริเวณแห่ลงเลี้ยงควรเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง
10-30 ส่วน
6.
ไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม
รูปแบบการเลี้ยง
1.
การลี้ยงแบบดั้งเดิม
2.
การเลี้ยงแบบพัฒนา
การเตรียมแลงเลี้ยงและการรวบรวมพันธุ์หอยแครง
1.
แยกลูกหอยแครงออกจากเศษขยะและวัสดุต่างๆ
ทำความสะอาดนำไปบรรจุในถุงปุ๋ย ถุงละประมาณ
60กิโลกรัมใช้น้ำทะเลราดกระสอบจนชุ่มจึงเย็บปากถุง
2.
นำถุงลูกหอยขึ้นบรรทุก
ใช้ด้านยาวของกระสอบขวางตัวรถ และไม่ควรคลุมถุงหอยจนทึบเพื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าสะดวก
3.
ไม่ควรให้ลูกหอยถูกน้ำจืดหรือแดดโดยเด็ดขาด
ควรเดินทางในตอนกลางคืน
4.
ระยะเวลาในการลำเลียงลูกหอยไม่ควรเกิน 36
ชั่วโมง ตั้งแต่บรรจุจนถึงแปลงหว่าน
การหว่านลูกหอยลงแปลงเลี้ยงและการจัดการดูแล
1.
ชั่งน้ำหนักหอยทั้งกระสอบ
2.
นำลูกหอยออกมาชั่งให้ได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัม
แล้วนับจำนวนลูกหอย
3.
คำนวณจำนวนลูกหอยในแต่ละกระสอบ
4.
จดขนาดแปลงหอยที่แบ่งได้
5.
ทราบความต้องการหว่านหอยในอัตราความหนาแน่น ตัว
/ ตารางเมตร หอยขนาดเล็ก 1,500
ตัว / กิโลกรัมขึ้นไป หว่านในอัตรา 600 ตัว / ตารางเมตร หอยที่มีขนาดโต
หว่านในอัตรา 300-500 ตัว / ตารางเมตร
6.
คำนวณการใช้หอยต่อแปลง (400×400=160,000 ตัว
หรือ 6.6 กระสอบ )
§ ประมงพื้นบ้าน
ประมงพื้นบ้านเป็นการทำประมงด้วยเครื่องมือแบบง่ายๆแบบดั้งเดิม
เช่น อวนติด อวนจม เบ็ด อวนทับตลิ่ง ลอบ ฯลฯ เรือที่ใช้เป็นเรือขนาดเล็ก
และส่วนใหญ่ไม่ติดเครื่องยนต์ การทำประมงก็ทำอยู่ในบริเวณชายฝั่งรอบหมู่บ้าน
§ รับจ้างทั่งไป
การรับจ้างส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแหลมนกและคนในต่างจังหวัดที่เข้ามารับจ้างเพื่อทำการประมงหรือทำนาเกลือเป็นการสร้างรายได้และส่วนใหญ่จะเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเป็นครอบครัวเพื่อเป็นการประหยัดค่าเดินทางไปกลับ
3.
ปัจจัยการผลิต
ที่ดิน
จากการลงพื้นที่ของหมู่บ้านแหลมนก พบว่า ที่ดินส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจะเป็นที่ดินของหลวง
สืบเนื่องมาจากอาชีพหลักของคนในหมู่บ้านแหลมนกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง
การใช้ที่ดินในหมู่บ้านแหลมนกจึงมีไว้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพเสริม เช่น
การค้าขายบริเวณหน้าบ้าน
ปัจจัยการผลิตทางด้านที่ดินในหมู่บ้านแหลมนกจึงไม่ได้สร้างมูลค่าทางด้านรายได้ให้แก่ประชาชนมากเท่าไหร่
เนื่องจากส่วนใหญ่รายได้ของคนในหมู่บ้านได้มาจากการทำประมง
4.
ปัจจัยการผลิต ทุน
สำหรับหมู่บ้านแหลมนกตำบลบานาจังหวัดปัตตานีไม่มีการลงทุนจากผู้ประกอบการภายนอกที่เขามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่มีเพียงผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่เข้าจัดตั้งโรงงานเล็กๆเพื่อส่งออกปลาที่รับมาจากนอกพื้นที่นำมาสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่และโรงงานบางส่วนที่เคยก่อตั้งแต่ก็กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเพราะขาดแคลนปัจจัยทางด้านทรัพยากรในการผลิตไปจึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำอาชีพประมงเป็นหลักใช้เรือขนาดเล็กเป็นพาหนะในการหาปลาปลาหมึกในทะเลเพื่อยังชีพชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนต่างพื้นที่ย้ายเข้ามาเกิดเป็นหมู่บ้านเล็กๆด้วยสภาพแวดล้อมที่ติดกับชายทะเลเหมาะแก่การทำอาชีพประมงคนในพื้นที่จึงมีแรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ปะปนด้วย
5.
ปัจจัยการผลิต
แรงงาน
แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นประชากรที่อาศัยในชุมชนมีประมาณ
50 – 100 คน
ส่วนภายนอกชุมชนก็จะเข้ามาทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสตรีมุสลิมจากชุมชนชนบทรอบนอกของอำเภอเมืองปัตตานี
ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อวัน
6.
ปัจจัยการผลิตการประกอบการ
หมู่บ้านแหลมนกได้มีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนเป็นโรงงานเกี่ยวกับการทำปลาและส่งออกปลาให้แก่โรงงานขนาดใหญ่เพื่อนำไปทำเป็นปลากระป๋อง
ในอดีตโรงงานที่มีขนาดเล็กในหมู่บ้านแหลมนกมีหลายแห่ง แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ณ
ปัจจุบัน จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านต้องปิดกิจการลง
เนื่องจากไม่คุ้มต่อการลงทุน ปัจจุบันโรงงานจึงเหลือ 3 แห่ง ที่ผู้ประกอบการยังคงดำเนินการอยู่
7.
ด้านโลจิสติกส์
เป็นระบบการจัดการการส่งสินค้า ข้อมูล และทรัพยากรอย่างอื่นจากจุดต้นทางไปยังจุดบริโภคตามความต้องการของลูกค้า
โลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับการผสมผสานของข้อมูล การขนส่ง การบริหารวัสดุคงคลัง การจัดการวัตถุดิบ การบรรจุหีบห่อ โลจิสติกส์เป็นช่องทางหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มมูลค่าของการใช้ประโยชน์ของเวลาและสถานที่
Ø โลจิสติกส์ทางธุรกิจ
จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายกระจายสินค้า
จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายกระจายสินค้า
ประกอบไปด้วย
1.
โรงงานที่ทำการผลิตหรือประกอบผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กตัดหัวปลามีแรงงานประมาณ
20-30 คน 3 โรงงาน
2.
คลังพัสดุหรือที่เก็บสินค้า
เป็นความคิดเกี่ยวกับคลังสินค้าแบบมาตรฐานเพื่อที่จะเก็บสินค้า
(สินค้าคงคลังระดับสูง) นั้นไม่มีเพราะส่วนมากได้สินค้ามาแล้วขายไป
3.
ศูนย์กระจายสินค้า
ใช้สำหรับกระบวนการสั่งสินค้าและการเติมเต็มคำสั่งซื้อ (สินค้าคงคลังระดับรองลงมา)
และยังใช้สำหรับรับสินค้าที่ถูกตีกลับจากลูกค้าด้วยนั้นไม่มี
4.
จุดโอนย้ายสินค้า
เป็นจุดที่มีกิจกรรมการเปลี่ยนถ่ายสินค้า
ซึ่งอาจจะมีการประกอบสินค้าใหม่ตามตารางการส่งสินค้า (เคลื่อนย้ายสินค้าเท่านั้น)
ไม่มี
5.
ร้านขายของชำ ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก
เป็นจุดที่รวมกำลังซื้อของผู้บริโภค
6.
ตัวกลางในการดำเนินงานสำหรับตัวแทนระหว่างจุดเชื่อมต่อ
เช่นตัวแทนขายหรือนายหน้า นั้นจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยจะรับซื้อสินค้าจากชาวบ้านในหมู่บ้านแล้วขายต่อให้กับผู้รับเหมา
7.
เศรษฐกิจภาคการเกษตร
อาชีพการประมงเป็นอาชีพหลักของคนในชุมชนส่วนภาคการเกษตรของคนในชุมชนไม่มีเนื่องจากที่ดินไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก
หรือทำการเกษตรเพราะฉะนั้นในชุมชนจะไม่มีผลผลิตทางภาคการเกษตรเลย
8.
เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม
ภายในหมู่บ้านแหลมนกไม่มีภาคอุตสาหกรรม
เนื่องจากที่ดินในหมู่บ้านแหลกนกส่วนใหญ่เป็นที่ดินหลวง
จึงไม่เหมาะแก่การทำธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะว่าในอนาคตเราไม่สามารถรู้ได้ว่าทางหลวงจะเอาที่ดินใช้ประโยชน์ในเวลาใด
9.
เศรษฐกิจภาคบริการ
ภายในหมู่บ้านแหลกนกไม่มีด้านการบริการ
เช่น โรงแรม รีสอร์ท เป็นต้น เนื่องจากที่ดินในหมู่บ้านแหลกนกส่วนใหญ่เป็นที่ดินหลวง
จึงไม่เหมาะแก่การทำธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะว่าในอนาคตเราไม่สามารถรู้ได้ว่าทางหลวงจะเอาที่ดินใช้ประโยชน์ในเวลาใด
10.
การเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ
เนื่องจากหมู่บ้านแหลกนกในอดีตเป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ
ได้รับการพัฒนาน้อย เพราะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ และถนนในอดีตก็เป็นถนนแดง
แต่เมื่อมีผู้คนอพยพมาจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านมากขึ้น
หมู่บ้านจึงได้รับการพัฒนามากขึ้น เช่น การพัฒนาทางด้านถนน
จากอดีตจากถนนแดงเป็นถนนคอนกรีต และจากถนนคอนกรีตก็เป็นถนนลาดยางในปัจจุบัน
จึงทำให้ผู้คนไปมาค้าขายสะดวกขึ้นส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาลงทุนเปิดโรงงานหลายแห่งในหมู่บ้านจึงทำให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคง
แต่ ณ ปัจจุบัน มีโรงงานที่เปิดกิจการอยู่ประมาณ สาม แห่ง
เนื่องจากเศรษฐกิจซบเซาส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการลงเพราะไม่คุ้มทุนจึงส่งผลให้ชาวบ้านขาดรายได้ในส่วนนี้
11.
สรุป
จากการศึกษาชุมชนบ้านแหลมนก
ตำบลบานา อำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี
ภายใต้โครงการหนึ่งมหาลัยหนึ่งชุมชนเข้มแข็งเพื่อเรียนรู้เทคนิคการพัฒนาชุมชน
ชุมชนบ้านแหลมนกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ประชากรจากหลายพื้นที่
จากท่าเทียบเรือน้ำลึกมาปักหลักตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย บริเวณปลายแหลมติดทะเล
เป็นเขตพื้นที่ของตำบลบานา จนมาถึงเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๒๙ ประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายพื้นที่ตั้งของหมู่บ้าน การตั้งชื่อของหมู่บ้านได้มาจากฝูงนกหลากหลายชนิดมาอยู่ที่นี่
ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกหลากหลายชนิดโดยมีการตั้งชื่อตามสภาพแวดล้อม
ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “บ้านแหลมนก” มาจนถึง ณ ปัจจุบัน หมู่บ้านแหลมนกเป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน
เรื่องอาหาร อาชีพ เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับทะเล
เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้านประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน
ทำอาหารแปรรูปและรับจ้างทั่วไปการทำประมงของคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะรับจ้างทำประมงพื้นบ้าน ในบางเดือนกรณีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยประชาชนไม่สามารถทำอาชีพประมงได้
ก็จะรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ
จากข้อมูลทั้งหมดสามารถอภิปรายผลได้ว่า
การเรียนรู้เทคนิคการพัฒนาชุมชนแหลมนกคือ
เทคนิคการมีส่วนร่วมเห็นได้ชัดจากในทุกๆกิจกรรม
หรือการประกอบอาชีพอาศัยการมีส่วนร่วม
การร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จในกิจกรรมที่ทำ
ทำให้ชุมชนแหลมเป็นชุมชนที่มีศักยภาพในระดับหนึ่งและพร้อมที่จะพัฒนาชุมชนแหลมนกให้กลายเป็นชุมชนที่มีคุณภาพมากต่อไปในอนาคต
ข้อเสนอแนะในการพัฒนาชุมชนแหลมนกเพื่อให้เป็นชุมชนเข้มแข็งและชุมชนที่มีคุณภาพในอนาคตท่ามกลางกระแสยุคโลกาภิวัตน์
1.ต้องเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของผู้นำให้มีคุณภาพมากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำที่เป็นทางการหรือผู้นำที่ไม่เป็นทางการ
ผู้นำต้องมีความรู้ความสามารถรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ หรือความรู้ทั่วไป
เพื่อให้นำพาประชาชนในหมู่บ้านสู่ทิศทางที่ดีขึ้น
2.ผู้นำผู้บ้านต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนในชุมชน
และพัฒนาคนในชุมชนโดยเริ่มจากพัฒนาแนวความคิดของบุคคลก่อนแล้วค่อยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านให้กลายเป็นบุคคลที่พัฒนาแล้ว
ให้รู้จักพึ่งพาตนเองได้ รู้จักแก้ปัญหา ในทุกๆสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น
3 .เมื่อพัฒนาคนแล้วคนในชุมชนก็จะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพที่สามารถคิดตัดสินใจและดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพนำพาครอบครัวไปสู่ความสุข
4. เมื่อคนในชุมชนมีความสุข
มีความรัก ความสามัคคี มีความช่วยเหลือกัน มีส่วนร่วมในทุกๆกิจกรรมของหมู่บ้าน
ก็จะทำให้ชุมชนแหลมนกกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งและเป็นชุมชนที่สามารถเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นต่อไป
ตารางการวิเคราะห์ SWOT Analysis ของชุมชนบ้านแหลมนก
จุดแข็ง
|
จุดอ่อน
|
1.การแปรรูปอาหารทะเล
2. ประชาชนอยู่กันหลากหลายศาสนา เชื้อชาติ
3.การเลี้ยงปลาในกระชังได้ผลผลิตในระดับดีเนื่องจากตำแหน่งของชุมชนเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมและประมงพื้นบ้าน
4.หัตถกรรมแปรรูปจากอาหารทะเล
5.เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
|
1.ประชาชนมีรายได้น้อย
2.ประชาชนในชุมชนมีการว่างงาน
3.ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ
4.ประชาชนมีการศึกษาน้อย
5.ประชาชนขาดความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
6.ประชาชนในหมู่บ้านมาจากหลายถิ่นฐาน
ความเป็นหนึ่งการสร้างความสามัคคีมีน้อยเพราะต่างฝ่ายต่างยึดความคิดของตนเป็นหลัก
|
โอกาส
|
อุปสรรค
|
1.ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านประมง
มีวัตถุดิบในการแปรรูปสัตว์น้ำ
2.ประชาชนและผู้นำมีความสามัคคี
|
1.งบประมาณในการพัฒนาหมู่บ้านมีน้อย-การรวมกลุ่มอาชีพของประชาชนยังไม่แข็งแรง
2.ที่อยู่อาศัยไม่มีเป็นของตนเอง
อาศัยโดยเช่าจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัด
|
- รูปภาพจากการสัมภาษณ์ชาวบ้านหมู่บ้านแหลมนก
-
อาชีพ
Ø ค้าขาย
Ø การทำอาหารแปรรูป
การทำหมึกแห้ง
Ø ประมงพื้นบ้าน
Ø โรงงานขนาดย่อยภายในหมู่บ้านแหลมนก
โรงงานทำปลา
โรงงานทำหมึกแห้ง
Ø สถานที่สำคัญในหมู่บ้านแหลมนก
สำนักสงฆ์
มัสยิด
สำนักงานประจำหมู่บ้าน
Ø ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน
แหล่งเรียนรู้ในระบบ

















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น